หลังจากที่ผมได้อ่านบทความเรื่อง 10 สิ่งบน iOS ที่อาจทำให้ให้ผู้ใช้ Android รำคาญได้ จาก Notebookspec

หลังจากที่ผมได้อ่านบทความเรื่อง 10 สิ่งบน iOS ที่อาจทำให้ให้ผู้ใช้ Android รำคาญได้ จาก http://notebookspec.com/10-things-in-ios-that-will-annoy-android-users/291450/

ผมอ่านแล้วรู้สึกได้ว่ามันแปลกๆ คือเหมือนเขียนข่าวได้เอนเอียงไปทางใดทางนึงมาก โดยที่ไม่ศึกษาใก่อนว่าทำไม และเพราะอะไร เพราะผมเชื่อว่าทุกๆอย่างมันมีเหตุและผลของมันเอง
ผมอยากจะสรุปให้ฟังนะ เพราะผมใช้งานมาทั้งสองระบบทั้ง Android และ iOS และผมก็ Jailbreak และ Root ทั้งหมดเพื่อศึกษาและหาไตน์และความชอบที่เข้ากับตัวเอง แต่ผมอ่านข้อความของข้างบนแล้วสรุปได้ดังนี้


ข้อ 1 บอกว่ามันไม่มีอะไรเลยในหน้าจอ Homescreen มันก็จริงนะ แต่ว่ามันก็คล้ายกับ Android ตรงเข้าหน้าที่มี App อื่นๆทีเข้าไปใช้งาน เพียงแต่ Android มันเพิ่มหน้า Home มาให้ตกแต่งเล่น และการใช้งานที่หลากหลายกว่า ถ้าไม่ชอบใจหน้า Home iOS ก็แสดงว่าไม่ชอบใจ หน้า App อื่นๆของ Android ด้วยเช่นกัน เพราะมันคล้ายกันมาก เพราะในคอนเซปของ Apple คือใช้งานง่ายแม้กระทั้งคนแก่ หรือคนที่เล่นของ ไอทีพวกนี้ไม่เป็นยังสามารถใช้งานได้เพียงไม่กี่วัน ซึ่งต่างจาก Android ที่เหมาะกับกลุ่มวัยรุ่นมากกว่า แต่ถ้าคนที่บอกมาใช้งานเคาจะบอกว่า มันใช้งานยังไง? เข้ากล้องยังไง? เล่นอันนั้นอันนี้ยังไง? มันมีการเข้านู้นเข้านี่เยอะเค้าก็บ่นแล้ว
ข้อ 2 ถ้าไม่ชอบและรำคาญก็เท่ากับว่าไม่ชอบทำ Floder ของฝั่ง Android เช่นกัน และแม้กระทั่งใน Windows ก็มี แต่ถ้าไม่ชอบใจก็ไม่ต้องใช้ App drawer ก็ใช้งานมันไปแบบนั้นแหล่ะและบอกว่าหายากเพราะใน iOS ก็มี serch อยู่ และวิธีใช้ก็ง่ายมาก ได้ทั้งหา App และข้อมูลใน Internet ซึ่งมันถูกพัฒนามาก่อน Android ด้วยซ้ำจน Google เอามาใช้งานตามเลย(ถ้าจะใช้งานฝั่ง Android คือให้กดหา App ที่ Serchbar ที่หน้า Home Screen เช่นกัน)

ข้อ 3 จริงๆผมก็ชอบนะ แต่เค้าว่าแบบนี้มันก็ดี ดีตรงที่ว่า มันถูกลิขสิทธ์ ถ้าจะโหลดแบบผิดๆจากไหนก็โหลดได้ แล้วแบบนี้คนที่ทำเพลงเค้าจะหารายได้จากไหน?? ถ้าไม่มีรายได้เค้าไม่เลิกทำเพลง? แล้วเราเมื่อไหร่จะมีเพลงฟัง ใจเขาใจเราครับ

ข้อ 4 ก็เพราะ Android มันเป็น Linux มันเหมือน Com มันเลยต้องมีการจัดการไฟล์ แต่ก็ใช่ว่าจะเข้าถึงได้ทุกไฟล์ ถ้าอยากเข้าก็ต้อง Root ไม่ต่างจาก iOS เท่าไหร่ที่ต้อง Jailbreak เพราะ iOS คือระบบปิด และอีกย่างคือ iOS มันมีระบบไฟล์ต่างๆอยู่ที่เดียว ลองใช้งาน OSX กับ WIndows แล้วจะรู้ครับ เวลาเรา install โปรแกรมใน windows ไฟล์ต่างๆจะกระจัดกระจายอยู่ในระบบ แต่ OSX ไฟล์ต่างๆจะรวมอยู่ที่ๆเดียวถ้าลบไฟล์นั้นทิ้งทุกอย่างก็จะหายหมดครับ ใน OSX ก็เหมือนกันกับ iOS ครับ เพียงแต่ iOS ถูกย่อขนาดลงมาเพื่อให้ใช้งานบนโทรศัพท์

ข้อ 5 เพราะมันจัดการระบบในตัวของมันอยู่แล้วจัดการง่ายมาก เพราะถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่ายไง ตามเหตุผลข้อที่ 1 จึงไม่ต้องมีให้ยุ่งยาก และอีกอย่างแค่ปัญหาแบบนี้ที่เกิดต้องใช้คำว่า ไม่ชอนดีกว่าครับ เหมือนกับคำว่าย้ายตำแหน่ง ลองใช้งาน LG แบบผมซิที่ย้ายปุ่ม Home ปุ่ม Back ได้ ถ้าผมย้ายจากปุ่ม Back ซ้ายไปขวา แรกๆผมก็กดผิดครับครับ เพราะว่ามันไม่ชิยเท่านั้นเอง

ข้อ 6 อันนี้ผมเห็นด้วย เพราะต้องกดถึง 2 ครั้ง แล้วถ้ากดบ่อยๆมันก็จะทำให้ปุ่มสึกหรอง่ายมาก แต่ถ้านึกถึง Samsung ก็คล้ายเช่นกัน อยากให้เป็นแบบพวกที่อยู่ในหน้าจอเลยแบบ HTC LG Motolola มากกว่าครับ

ข้อ 7 เค้าว่ามันมีมาให้น้อย แต่เราก็สามารถลงเพิ่มได้หนิ เพราะมันเป็นระบบปิดไง ปิดเพื่อไม่ให้ใช้งาน ถ้าใช้แล้วมันจะพัง ถ้าคนใช้ iPhone รุ่นแรกๆไม่โมโหตายเลยหรอครับตอนที่ สตีฟยังอยู่ ขนาดตอนนั้นที่ว่า เพลงก็ต้องนามสกุลไฟล์เดียวกัน ขนาดก็ต้องได้ และเวลาเสียงวินาทีก็ต้องเป๊ะ แถมยังไม่ยอมเปิดโอกาศให้ลงเพิ่มเติมอีก เดี๋ยวนี้ยังดีนะครับที่เปิดให้ลงและใช้งานเพิ่มเติม มันเป็นไปไม่ได้หรอกที่จะให้ระบบอ่านเพลงรองรับการอ่านไฟล์ทุกภาษา มันยากนะครับสำหรับคนเขียนโปรแกรม มันไม่ใช่ Java ซะหน่อยที่สามารถทำงานได้หมดเลยอะ ตรงนี้อยากให้นึงถึงคนเขียนโปรแกรมบ้างครับ

ข้อ 8 อันนี้เห็นด้วยครึ่งนึง แต่ถ้าลองมองดูใน นโยบายของ Apple แล้ว ก็คงจะทำไม่ได้ ก็คือการทำงานอะไรก็ควรทำงานทีละอย่างถ้ารัน App พร้อมกัน อีกอันมันจะหยุดการทำงาน เพื่อให้ OS มันลื่นไหลและสามารถทำงานได้ดีแม้จะสเปคน้อย ไม่ใช่เหมือน Android ที่ต้องยัดสเปคโหดๆมา เพื่อที่จะทำงานพร้อมกันถึง 2 อันได้ จึงทำให้ต้องแลกมาด้วยการ กินแบต เพราะสเปคแรง แถมการทำงานก็ต้องทำงานอยู่ตลอด

ข้อ 9 อันนี้ผมอยากจะบอกก็คือเหมือนกับ ข้อ 5 เลยครับคือ เราไม่ชินมากกว่าเพราะเราใช้ Android อีกที่ แต่ iPhone กับอยู่อีกที แต่ถ้าไม่ชอบการทำงานอันนี้เทาากับว่าาก็ไม่ชอบการทำงานของ Android ด้วยเช่นกัน เพราะ Android ก็มี Control ตัวนี้ครับ และมีมานานแล้วมีมาก่อน iPhone จะมีเช่นกัน

ข้อ 10 อยากได้รูปที่ดูล่าสุด มันก็มีครับ จะดูแบบ timeline มันก็มี เพียงแค่ไปตรงอัลบั้มตรงแท็ปด้านล่าง ก็มีให้เลือกเป็น floder เหมือน Android แล้ว เพียงแต่ที่เค้าทำ timeline มาก็เพราะว่าเค้าจะให้หารูปง่ายและรู้ว่าช่วงวันเวลาแบบนี้เราถ่ายที่ไหน และเมื่อไหร่เราจะได้ไล่ดูตามที่เราชอบ เหมือนดูไปแล้วดูนึกถึงวันเวลาเก่าๆที่เคยถ่ายรูปครับ



และที่ผมแสดงความคิดเห็นไปนี้คือความคิดเห็นส่วนตัวของผมล้วนๆนะครับ และอีกอย่างก็คือ ผมใช้งานมาหมดแล้วครับทั้ง Android และ iOS หรือแม้แต่ Windows OSX Linux ทั้งเป็นแบบ Command line และ GUI หรือแม้แต่ Server ผมก็ใช้งานมาแล้วผมอยากจะบอกก็คือทุกอย่างมันมีทั้งข้อดีและข้อเสียครับ เพียงแต่ให้เราเลือกอันที่ใช่สำหรับเรา และคิดว่ามันคุ้มค่ากับเราก็พอ ถ้าจะให้สมบูรณ์แบบมันเป็นไปไม่ได้ครับ เพราะในโลกนี้มันไม่มีอะไรที่สมบูรณ์แบบ

ขอบคุณครับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่